การวิเคราะห์ราคา Bitcoin
news-170.png
ADMIN May 01, 2021 1202

การวิเคราะห์ราคา Bitcoin

    กราฟเทคนิค เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ ราคา Bitcoin เพื่อให้นักเทรดสามารถกำหนดจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไรและจุดตัดขาดทุนได้อย่างมีระบบแบบแผน เราไปดูกันว่ากราฟเทคนิคจะช่วยเราวางแผนการเทรดได้อย่างไรบ้าง

กราฟเทคนิคช่วยบอกแนวโน้มของราคา

ตามทฤษฎีของการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวโน้มของราคาจะมีอยู่ด้วย 3 แนวโน้มคือ แนวโน้มขาขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีโอกาสจะทำกำไรได้มากที่สุด แนวโน้มขาลง เป็นแนวโน้มที่ยากต่อการทำกำไรเพราะโอกาสจะทำกำไรได้จะมีน้อยลง และแนวโน้มออกข้างหรือไซด์เวย์ ซึ่งไม่ได้เลือกทางชัดเจนว่าจะขึ้นหรือลง

หากเราสามารถวิเคราะห์ ราคา Bitcoin ได้ว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงด้วยเครื่องมือต่างๆที่มีอยู่ก็จะสามารถตัดสินใจได้ว่าสามารถลงทุนซื้อ Bitcoin ได้แล้วหรือยัง ขณะเดียวกันหากแนวโน้มเป็นขาลงก็จำต้องชะลอการลงทุนไปก่อน

ช่วยกำหนดจุดซื้อ จุดขายและตัดขาดทุน

    หลังจากวิเคราะห์ได้แล้วว่า ราคา Bitcoin ในเวลานี้อยู่ในแนวโน้มใด กราฟเทคนิคยังช่วยเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์จุดในการเข้าซื้อเพื่อให้มีโอกาสในการที่จะทำกำไรต่อไป เช่น ซื้อเมื่อราคาพุ่งขึ้นหรือซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันจะต้องกำหนดจุดขายเอาไว้ด้วยเช่นกันเพื่อให้เราตั้งเป้าหมายในการทำกำไรเอาไว้ล่วงหน้า

    อีกสิ่งที่สำคัญคือการกำหนดจุดตัดขาดทุนเพื่อเวลาที่เราเข้าซื้อแล้วราคาไม่ได้ขึ้นตามที่เราคิดจะต้องทำการขายออกมาก่อนที่ราคาจะล่วงลงเยอะกว่าที่ตั้งใจไว้จนทำให้เกิดผลขาดทุนมหาศาล

    หลังจากที่ทำความรู้จักหลักการคร่าวๆของการวิเคราะห์ทางเทคนิคไปแล้ว เรามาทำความรู้จักกับศัพท์ทางเทคนิคที่มักจะใช้กันเป็นประจำกันดู

    แนวรับแนวต้าน เป็นคำที่จะได้ยินอยู่บ่อยครั้งเวลาที่ใช้กราฟเทคนิค กล่าวคือแนวรับคือจุดที่ใช้เป็นระดับที่รอจังหวะในการเข้าซื้อ ทั่วไปแล้วจะพิจารณาจากระดับราคาที่มีการซื้อกลับอยู่บ่อยครั้ง ส่วนแนวต้านคือระดับราคาที่เตรียมไว้สำหรับเป็นจุดในการขายทำกำไร  วิธีการคัดเลือกแนวรับแนวต้านมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธีแล้วแต่สไตล์การเทรดของแต่ละคน

    เครื่องมือเทคนิคหรืออินดิเคเตอร์ (Indicator) กล่าวคือเป็นเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆที่เทรดเดอร์แต่ละคนเลือกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ราคา ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือทางเทคนิคอยู่มากมายกว่า 100 ประเภทให้เลือกใช้ แต่เครื่องมือที่เป็นที่นิยมส่วนใหญ่มักจะเป็น MACD,RSI,Bollinger Band ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเครื่องมือจะมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับใครจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

    กราฟแท่งเทียน (Candle Stick) เป็นรูปแบบของกราฟราคาที่นิยมใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ราคาในกราฟเทคนิคมากที่สุด เนื่องจากสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมของราคาได้ โดยหากราคาเป็นบวกจะแทนด้วยสีเขียว ราคาติดลบจะแทนด้วยสีแดง รวมถึงรูปแบบที่เรียกว่าโดจิซึ่งหมายถึงราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    ไทม์เฟรม (Time Frame) หรือช่วงกรอบเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น ระดับ 1 ชั่วโมง,4 ชั่วโมง,1 วัน 1 สัปดาห์ เป็นต้น แต่ละหนึ่งไทม์เฟรมจะถูกแทนด้วยแท่งเทียนหนึ่งแท่ง หากไทม์เฟรมยิ่งมีระยะเวลาสั้นจะมีความถี่ของแท่งเทียนที่มากขึ้นเหมาะกับการเก็งกำไรในระยะสั้น แต่ถ้าเป็นไทม์เฟรมระยะยาวเช่นรายสัปดาห์จะเหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว ทั้งนี้หากไทม์เฟรมมีความยาวจะช่วยยืนยันแนวโน้มได้แม่นยำมากกว่าไทม์เฟรมระยะสั้น

    รูปทรงของราคา (Price Pattern) เกิดขึ้นจากทฤษฎีที่ว่ารูปแบบของราคามีพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆไปมา ทำให้ Price Pattern ถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์แนวโน้มราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งถือว่ามีความแม่นยำในระดับสูง แต่ต้องอาศัยความชำนาญถึงจะสามารถมองพฤติกรรมของกราฟราคาได้ว่ามีรูปแบบคล้ายกับ Price Pattern ใด

    Price Discount Everything หรือที่แปลว่าราคาในกระดานได้สะท้อนทุกสิ่งไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐาน ข่าว เหตุการณ์ ของสินทรัพย์ใดๆก็ตาม แม้แต่ราคา Bitcoin ก็เช่นกัน ทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นสามารถอธิบายได้ด้วยกราฟเทคนิคได้ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลมาประกอบ ผู้ที่ใช้กราฟเทคนิคในการวิเคราะห์จึงไม่จำเป็นต้องติดตามข่าวหรือมองหาเหตุผลที่ราคาปรับตัวขึ้นหรือลงแต่อย่างไร

    สำหรับเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งหมดนี้ ภายในแพลตฟอร์มของ Binance จะมีให้กับผู้ใช้งานทุกคนอย่างพร้อมเพียงทั้งในเวบไซต์และแอพลิเคชั่นรวมถึงการฟีดราคาของเหรียญแต่ละเหรียญอย่างเรียลไทม์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ที่ต้องการใช้กราฟและเครื่องมือทางเทคนิคในการวิเคราะห์ราคาสามารถมั่นใจได้ว่าจะสามารถวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำแน่นอน

 

แหล่งที่มา/ต้นฉบับ :

แสดงความคิดเห็น

กดแชร์ตรงนี้