เทรดคริปโตเคอร์เรนซี่อย่างไรในภาวะตลาดขาลง
news-227.png
ADMIN May 02, 2021 422

เทรดคริปโตเคอร์เรนซี่อย่างไรในภาวะตลาดขาลง

คริปโตเคอร์เรนซี่ คือ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคา แม้แนวโน้มที่ผ่านมาราคาจะเป็นขาขึ้น แต่หลายครั้งเช่นกันที่เวลาตลาดคริปโตในภาพรวมรวมถึงบางเหรียญที่เป็นขาลงได้เช่นกัน

 

ข้อสังเกตุระหว่างตลาดขาขึ้นและตลาดขาลงก็คือราคาเริ่มที่จะไม่สร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) แต่กลับทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะมีแรงซื้อกลับมาเป็นระยะแต่แรงส่งจะไม่มากพอที่จะสามารถประคองราคาได้ รวมถึงราคาหลุดแนวรับสำคัญ ลักษณะแบบนี้บ่งบอกถึงภาวะตลาดหรือราคาที่เป็นขาลง 

นอกจากนี้วอลลุ่มซื้อขายอาจจะลดลงเป็นจำนวนมากจากการที่นักเทรดบางส่วนได้ออกไปจากตลาด รวมถึงจะได้เห็นข่าวของการที่นักเทรดในตลาด Futures ที่ถูกล้างสถานะ (Liquidated) เป็นจำนวนมากเพราะลงทุนผิดทาง เนื่องจากความคุ้นเคยของนักเทรดส่วนใหญ่มักจะสามารถทำกำไรในภาวะที่ตลาดเป็นขาขึ้นได้อย่างเดียว

การพูดคุยในโซเชียลมีเดียก็เป็นตัวสะท้อนภาวะตลาดได้เช่นกันโดยเฉพาะในทวิตเตอร์และเทเลแกรมที่จะมีการพูดคุยกันอย่างคึกคักในภาวะที่ตลาดเป็นขาขึ้น แต่ในภาวะตลาดขาลงความคึกคักก็จะหายไป 

การที่จะอยู่รอดในตลาดคริปโตได้อย่างยาวนานจึงจำเป็นที่จะต้องมีความกหลายในการซื้อขาย สำหรับนักเทรดที่ต้องการทำกำไรในภาวะขาลง Binance ซึ่งเป็น Exchange ที่มีผู้ใช้งานอันดับต้นๆของโลกได้สร้างฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้สามารถซื้อขายในภาวะตลาดขาลงได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกได้ตามระดับความเสี่ยง

 

Leverage Token

เครื่องมือประเภทนี้นักเทรดยังสามารถซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่ในภาวะตลาดขาลงได้โดยที่ยังใช้ตลาด Spot โดยทาง Binance ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ให้สามารถมี Leverage ในตัวเองอยู่ที่ 3X รวมถึงเปิดโอกาสให้ซื้อขายได้ในขณะที่ตลาดหรือราคาเหรียญนั้นๆเป็นขาลง 

 

ตัวอย่างของ Leverage Token เช่น BTCDOWN หมายความว่าเรากำลังมองราคาบิทคอยน์มีโอกาสปรับตัวจึงเข้าไปซื้อโทเคนนี้เอาไว้ หากราคาบิทคอยน์ลงตามที่เราคิดก็จะได้กำไร แต่ถ้าราคาบิทคอยน์กลับขึ้นเราจะได้รับผลขาดทุนแทน 

สำหรับนักเทรดที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ Leverage Token คือเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดเพราะไม่มีการล้างพอร์ต (Liquidate) กรณีที่ลงทุนผิดทางจนขาดทุนและมีความเหวี่ยงของราคาไม่มากนัก

 

บัญชี Margin

ถ้าหากรับความเสี่ยงได้มากขึ้น บัญชี Margin เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรในภาวะขาลง โดยสามารถเลือกที่จะกู้เงิน (Borrow) จากทาง Binance เพื่อที่จะทำการขายล่วงหน้า (Short) ได้โดยสามารถเลือกระดับของ Leverge ได้ที่ 3X หากเลือกใช้วิธี Cross Margin และสามารถทำได้ 10X หากเลือกใช้แบบ Isolated 

แต่วิธีการนี้จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับพอร์ตมากขึ้นเพราะมีโอกาสที่จะถูกล้างพอร์ตได้หากลงทุนผิดทางรวมถึงความเหวี่ยงของราคาที่สูงขึ้น

 

บัญชี Futures 

หากสามารถรับความเสี่ยงได้สูง นักเทรดสามารถเลือกเปิดสถานะ Short ในสัญญา Futures ได้หากต้องการจะทำกำไรในตลาดขาลง โดย Binance มีโปรดักต์ประเภทดังกล่าวให้สามารถเลือกเทรดได้กว่าร้อยเหรียญ โดยสามารถเลือก Leverage ได้เต็มที่ถึงระดับ 125X 

อย่างไรก็ตามบัญชี Futures ถือเป็นโปรดักต์ที่มีความเสี่ยงสูงสุด นักเทรดต้องมีความเข้าใจในโปรดักต์ประเภทนี้เป็นอย่างมาก 

 

Liquid Swap และ Yield Farming

สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจะรับความเสี่ยงในภาวะตลาดขาลงสามารถเลือกที่จะนำ

คริปโตเคอร์เรนซี่ที่มีอยู่โดยเฉพาะ Stablecoin ไปวางไว้กับ DeFi Protocol ใน Binance Smart Chain เพื่อทำ Yield Farming รับผลตอบแทนแบบ Passive Income หรือจะทำ Liquid Swap ก็ได้เช่นกัน โดยมีทั้งรูปแบบที่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูงและเมื่อตลาดกลับเป็นขาขึ้นก็สามารถถอนออกมาเทรดในกระดานต่อได้เลย

คริปโตเคอร์เรนซี่ คือ สินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงแต่ขณะเดียวกันไม่ได้หมายความราคาจะเป็นขาขึ้นแต่เพียงอย่างเดียวเสมอไป นักเทรดจึงต้องศึกษาวิธีการเทรดในภาวะตลาดขาลงไว้ด้วยเช่นกันเพื่อทำกำไรและป้องกันความเสี่ยง ซึ่ง Binance มีโปรดักต์ที่หลากหลายเหมาะสมกับนักเทรดแต่ละกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้ต่างกัน 

แหล่งที่มา/ต้นฉบับ :

แสดงความคิดเห็น

กดแชร์ตรงนี้