Binance ในปี 2021: สร้างนวัตกรรมต่อไปในโลกที่ไร้ศูนย์กลางมากขึ้น
news-159.png
ADMIN April 30, 2021 310

Binance ในปี 2021: สร้างนวัตกรรมต่อไปในโลกที่ไร้ศูนย์กลางมากขึ้น

ในจดหมายส่วนตัวฉบับนี้ที่ส่งถึงชุมชนของเรา ซีอีโอของ Binance CZ ได้แบ่งปันการสะท้อนความคิดของเขาเมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2020 ตลอดถึงเป้าหมายของเราสำหรับปีใหม่ รวมถึงแนวโน้มและการพัฒนาที่อาจกำหนดทิศทางของวงการและประเด็นสำคัญสำหรับปี 2021 ในการจะก้าวไปให้ถึงเป้าหมายของพันธกิจที่อุตสาหกรรมคริปโตมีร่วมกันเพื่อเพิ่มเสรีภาพในด้านการเงินทั่วโลกนั้น เราได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศคริปโตทั่วโลก

เรียนชาว Binance ทุกท่าน 

ในสารปีใหม่ของผมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้เน้นในเรื่องการสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตของระบบนิเวศคริปโตทั่วโลกสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป เเละในปี 2020 เราก็ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และปรับปรุงพัฒนาเพื่อริเริ่มระบบนิเวศที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเหมือนเรายังคงก่อสร้างเพียงชั้นใต้ดินของอาคารใหม่อยู่เท่านั้นและเรายังมีหนทางอีกยาวไกลจนกว่าเราจะได้เริ่มลงมือทำชั้นตัวตึกบนพื้นดินด้วยซ้ำ 

 

โลกคริปโตหลังจาก COVID-19

การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนนับไม่ถ้วน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก

ในปี 2020 โรคระบาดทำให้ตลาดทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนและภาวะขาดเสถียรภาพอย่างรุนเเรงกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจและประเทศต่างๆ ซึ่งประสบกับสภาวะที่เปราะบางอยู่แล้ว ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการชะงักตัวของเศรษฐกิจมหภาคต่อสินทรัพย์แบบดั้งเดิมส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกเริ่มหันมามองบิตคอยน์และคริปโตเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นนี้ได้ขับเคลื่อนให้ตลาดคริปโตไปสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่และผลักดันบิตคอยน์/สกุลเงินดิจิทัลเข้าสู่กระแสหลัก  

ความสนใจเกี่ยวกับคริปโตได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่นักลงทุนแบบดั้งเดิมและองค์กรต่างๆ ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จำนวนลูกค้าสถาบันที่มาใช้บริการของเราในปี 2020 นั้นสูงกว่าปี 2019 ถึง 68% เเละมีอัตราการเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ 35% ต่อไตรมาส ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสนใจคริปโตของสถาบันที่ค่อยๆ สูงขึ้น นอกจากนั้น การแพร่ระบาดยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคขนาดใหญ่ เช่น  มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ  หรือ Quantitative Easing (QE) ในเกือบทุกประเทศ โดยนโยบายทางการเงินดังกล่าวได้กระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้คริปโตมากขึ้น ผมคิดว่าเงิน QE ใหม่ที่ไหลเข้าสู่ตลาดโลกนี้โดยส่วนใหญ่จะถูกแปลงเป็นคริปโทเคอร์เรนซีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เเละสิ่งนี้ก็สอดคล้องกับความเฟื่องฟูของตลาดซื้อขายล่วงหน้าคริปโตในปี 2020 เนื่องจากเป็นช่องทางในการป้องกันความเสี่ยงและเป็นแหล่งสภาพคล่องที่ผู้ลงทุนต่างมองหา

ยังไม่มีใครทราบได้อย่างเเน่ชัดว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวของ COVID จะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่ามกลางการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจและความผันผวนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ผมเชื่อว่าบิตคอยน์/คริปโตจะยังคงเติบโตไปได้อีกและเป็นเสาหลักของการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก

 

Compliance

เนื่องจากอุตสาหกรรมของเราเป็นวงการเเห่งนวัตกรรมใหม่ จึงต้องมีการวางกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ มากมาย ซึ่งไม่ต่างไปจากสิ่งที่ Google และ Microsoft ต้องเผชิญในยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู นอกจากนี้ ด้วยเหตุที่คริปโทเคอร์เรนซีมีผู้ใช้บริการทั่วโลกและเป็นภาคส่วนที่ล้ำสมัย แนวปฏิบัติในเขตอำนาจศาลส่วนใหญ่จึงยังคงต้องพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทุกฝ่ายต่างต้องการกฎระเบียบที่ส่งเสริมนวัตกรรมและตลาดเสรี ผมมั่นใจในความก้าวหน้าเชิงบวกของกรอบการกำกับดูแลและแนวทางปฏิบัติทั่วโลก และผมเชื่อว่าเราจะเห็นกฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีที่เเน่นอนขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า 

การปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ถือเป็นการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง – โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเทคโนโลยีใหม่ๆ ผู้เล่นในอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ธุรกิจของตนเป็นไปตามมาตรฐานใหม่ต่างๆ ที่ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เเละปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานเดิมให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เราจะปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานี้

เป้าหมายของเราคือการรักษากฎและข้อบังคับในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถปกป้องและมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้ของเรา รวมทั้งขยายฐานผู้ใช้มากขึ้นอีกด้วย นอกเหนือจากการลงทุนในโซลูชัน Regtech จำนวนมากและการร่วมมือกับพันธมิตรด้าน Compliance เเล้ว เราจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแล โดยยึดหลักปฎิบัติตามข้อกำหนดของเเต่ละพื้นที่ที่เราให้บริการในฐานะองค์กรที่กระจายอำนาจระดับโลก และช่วยสร้างการเปลี่ยนเเปลงเชิงบวกต่อกฎระเบียบที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมของเรา เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ตลอดถึงผู้วางนโยบายมากขึ้นในปีใหม่นี้ และส่งเสริมให้พวกเขาหารือกับเราเพื่อร่วมมือกัน

 

Decentralized Finance (DeFi) และ Binance Smart Chain

 ปีนี้เราได้เห็นการเติบโตของ Decentralized Finance (DeFi) ในด้านการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อแผ่ขยายอิสรภาพทางการเงิน โดย DeFi ได้มอบวิธีใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้ในการมีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยคริปโทเคอร์เรนซีได้เพื่อรับผลตอบแทน ในขณะเดียวกัน การกำเนิดของ DeFi ก็ส่งผลให้มีการใช้งานเครือข่ายบล็อกเชนมากขึ้น ทำให้นักพัฒนาต้องเผชิญกับความท้าทายรูปเเบบใหม่ ได้เเก่ ค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่สูงขึ้นและความหน้าเเน่นของธุรกรรมบนเครือข่าย

เพื่อช่วยแก้ปัญหานี้สำหรับชุมชนคริปโต เราได้ทำงานร่วมกับชุมชน Binance Chain เพื่อเปิดตัว Binance Smart Chain (BSC) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมนวัตกรรมโซลูชันแบบกระจายอำนาจอย่างเช่น DeFi และโซลูชันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน โดย BSC ได้มอบบริการเครือข่ายบล็อกเชนที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูงและค่าธรรมเนียมต่ำที่ใช้งานร่วมกันได้กับ Ethereum Virtual Machine ส่งผลให้ตอนนี้นักพัฒนาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอีกต่อไปและสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างเต็มที่ นอกจากนี้แล้ว เรายังมีรางวัลให้กับนักพัฒนาอีกด้วย

ผมคิดว่านวัตกรรมเกี่ยวกับ Liquidity Pool และ AMM โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อขาย Stablecoin นั้นน่าสนใจมาก เเละเชื่อว่าเราจะเห็นการเติบโตในสาขานี้มากขึ้นในปี 2021 นอกจากนี้ DEX (Decentralized Exchange) ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลิสต์เหรียญขนาดเล็กที่ยังอยู่ในช่วงเเรกเริ่ม โดยทำหน้าที่เป็นจุดคัดกรองที่ดีสำหรับ CEX (Centralized Exchange) ขนาดใหญ่อย่าง Binance

เราได้เปิดตัวนวัตกรรม DeFi เป็นจำนวนมากบน Binance.com ได้เเก่ ผลิตภัณฑ์ที่จ่ายดอกเบี้ยและสร้างผลตอบแทนในส่วน DeFi Staking และ Binance Liquid Swap นอกจากนี้ เรายังได้สร้างสรรค์ Binance Innovation Zone เป็นการเฉพาะสำหรับการลิสต์เหรียญรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสภาพคล่องให้โทเค็น DeFi เเละในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องนักเทรดที่มีประสบการณ์น้อยจากความเสี่ยงในการซื้อขายอีกด้วย

ในปี 2021 ผมเชื่อว่าเราจะเห็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางฝั่ง CeFi (Centralized Finance) ที่นำจุดเด่นจากผลิตภัณต่างๆ มารวมกัน ทั้งนี้ เราได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลตอบแทนของเราแล้วเพื่อมอบบริการที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ Binance Pool (สำหรับนักขุด) และ Binance Earn (สำหรับผู้ใช้ทุกคน) พร้อมอัตรา APY ที่สูงเเละอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายผ่านคลิกเดียว ซึ่งจะลดทั้งอุปสรรคทางเทคนิคในการเข้าใช้และค่าธรรมเนียมในเครือข่าย ตามเเนวคิดพื้นฐานแล้ว DeFi และ CeFi นั้นมีหน้าที่ช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโต ดังนั้น ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เราพร้อมที่จะสนับสนุนและนำนวัตกรรมและเทรนด์ใหม่ๆ ของ DeFi มาใช้ให้เกิดประโยชน์

 

การยอมรับ: Fiat, ช่องทางชำระเงิน, Stablecoin และระบบการเงินดั้งเดิม

อีกส่วนที่สำคัญสำหรับเราคือการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการยอมรับคริปโทเคอร์เรนซีในวงกว้าง ในปี 2020 เราหวังว่าจะได้เห็นการใช้คริปโตเป็นตัวเลือกในการชำระเงินเพิ่มมากขึ้น แต่กรณีการใช้ดังกล่าวก็ยังไม่กว้างขวางมากนัก วิธีการชำระเงินผ่านช่องทาง Fiat ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นยังคงมอบความสะดวก ต้นทุนต่ำ และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ทำให้ยากที่คริปโตจะมาเเทนที่ได้ชั่วข้ามคืน

ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา เราได้นำช่องทางชำระเงิน Fiat พื้นฐานมาพัฒนาต่อเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึงคริปโตได้มากขึ้น ในปีนี้เราได้เปิดตัวเเล้ว 28 ช่องทางการชำระเงิน ซึ่งครอบคลุมวิธีการชำระเงินต่างๆ เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านธนาคาร และกระเป๋าเงินยอดนิยมในเเต่ละภูมิภาค ทั้งนี้ บางช่องทางก็ได้ผลตอบรับดีกว่าช่องทางอื่น แต่กระนั้น เราก็จะดำเนินการเพิ่มช่องทางชำระเงินของเราต่อไปเพื่อมอบประสบการณ์การซื้อที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ ขณะนี้ผู้ใช้สามารถซื้อคริปโตโดยใช้ 46 สกุลเงินตราของประเทศต่างๆ ผ่านช่องทางตรงของเราและจะมีเพิ่มอีกในปีหน้าจนกว่าจะครอบคลุมทั่วโลก

นอกจากนี้ เราได้เปิดตัว Binance Card ในปีนี้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายคริปโตได้โดยตรงจากกระเป๋าคริปโต Binance การใช้บัตร Binance Card นี้เป็นวิธีการชำระเงินคริปโตที่สะดวกกว่ามากเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ใช้ของเรา

ผมยังเชื่ออีกด้วยว่าเราจะเห็นการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่าน Stablecoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า การชำระเงินข้ามพรมแดนโดยใช้ Stablecoin หรือคริปโทเคอร์เรนซีต่างๆ เป็นธุรกรรมที่ถูกกว่าและเร็วกว่าวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิมมาก เนื่องจากใช้เวลาภายในไม่กี่วินาทีก็ถึงผู้รับ เมื่อเทียบกับการโอนเงินข้ามพรมแดนผ่านธนาคารที่อาจใช้เวลาหลายวัน เเถมแพลตฟอร์มการโอนเงินข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิมอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการโอนเงินไปต่างประเทศมากถึง 7% อีกด้วย ในขณะที่คริปโทเคอร์เรนซีมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยในการโอน นอกจากนี้ Binance P2P มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เมื่อคำนึงถึงปัจจัยตามที่กล่าวมานี้ ผมจึงเชื่อว่าเราจะเห็นการใช้ Stablecoin มากขึ้นในปีหน้า

การที่ PayPal เข้าสู่ตลาดคริปโตนั้นก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมในแง่การรับรู้และการขยายการใช้งานของผู้ใช้ เช่นเดียวกับการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ Square ในด้านการชำระเงินด้วยคริปโต Stanley Druckenmiller, Paul Tudor Jones, Franklin Templeton และ MassMutual ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในแวดวงการเงินแบบดั้งเดิมได้ลงทุนในอุตสาหกรรมบิตคอยน์หรือคริปโทเคอร์เรนซีในปีนี้ การที่กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Fund) กองทุนรวม (Mutual Fund) และแม้แต่บริษัทประกันที่มีอายุ 169 ปีนั้นหันมาลงทุนในแวดวงคริปโตได้สร้างแบบอย่างสำหรับอุตสาหกรรมการเงินโดยรวม และผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงบวกอย่างมากไปในทิศทางที่ดี บางที ในปีหน้าเราจะเริ่มเห็นกองทุนบำเหน็จบำนาญ (Pension Fund) และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) เริ่มนำเงินส่วนเล็กๆ หลายสิบล้านล้านดอลลาร์ที่พวกเขาจัดการมาลงทุนในคริปโตเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสกุล Fiat บางส่วน

 

ประโยชน์ใช้งาน: BNB และ NFT

มีการประยุกต์ใช้และประโยชน์ใช้งานมากมายสำหรับ BNB ตั้งแต่การเล่นเกมไปจนถึงการโอนเงินข้ามพรมแดน โดยส่วนตัวผมมองว่านับไม่ถ้วนเเล้วในตอนนี้ มีชุมชนขนาดใหญ่และหลากหลายในระบบนิเวศของ BNB ที่ยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และค้นหาประโยชน์ใช้งานที่มีคุณค่า ผมไม่ทราบได้ว่าพวกเขาจะสร้างอะไรขึ้นต่อไป แต่ผมมั่นใจว่าหลายๆ อย่างจะต้องเป็นสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจมาก

ประเภทสินทรัพย์คริปโตอื่นที่ผมกำลังจับตาดูในปีนี้คือ NFT ผมคิดว่าเราจะได้เห็นความซับซ้อนและการนำมาใช้มากขึ้นสำหรับ NFT ในปี 2021 ตั้งแต่ไอเท็มเสมือนจริงในเกมไปจนถึงตั๋วคอนเสิร์ต ผมเชื่อว่านี่เป็นพื้นที่ใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่เรายังต้องศึกษาอีกมากและผมตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร

 

Binance Charity

 ปี 2020 ก็เต็มไปด้วยความท้าทายในเรื่องของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเช่นกัน นอกเหนือจาก COVID-19 เเล้ว ยังมีไฟป่าในออสเตรเลีย เหตุระเบิดที่เบรุต และอื่นๆ อีกมากมาย ทีม  Binance Charity และผู้สนับสนุนของเราต่อสู้กับ COVID-19 ตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดเคียงข้างไปกับบุคลากรทางการเเพทย์ผู้เสียสละที่อยู่แนวหน้า โดยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างทันท่วงทีแก่ชุมชนที่ต้องการ 

จากแคมเปญ "Binance for Wuhan" และ "Crypto Against COVID" นั้น Binance Charity ได้ระดมทุนเป็นคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 4 ล้านดอลลาร์  โดย 3 ใน 4 ของเงินบริจาคทั้งหมดนั้นมาจากชุมชน Binance ส่งผลให้เราสามารถแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้มากกว่า 2 ล้านชิ้นเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลกว่า 400 แห่งในกว่า 26 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนามากที่สุด

เพื่อตอบสนองต่อการรับมือไฟป่าในออสเตรเลีย Binance Charity ยังระดมทุนได้มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อการฟื้นฟูป่าและสัตว์ป่า นอกจากนี้ Binance Charity ยังร่วมมือกับ UNICEF ในการจัดสรรเงินคริปโตมูลค่า 10,000 ดอลลาร์เพื่อให้การสนับสนุนอย่างทันท่วงทีแก่ผู้ที่ประสบภัยจากโศกนาฏกรรมระเบิดในเบรุตเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2020

Binance Charity ยังได้ระดมทุนเป็นคริปโตมูลค่า 60,000 ดอลลาร์ให้แก่ Friends of Notre-Dame de Paris เพื่อนำไปใช้ในการบูรณะ Notre-Dame Cathedral’s Mays ซึ่งเป็นชุดภาพวาดทางประวัติศาสตร์อันสวยงามที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในเดือนเมษายน 2019 

ทีม Binance Charity ยังได้สำรวจนวัตกรรมบล็อกเชนในด้านการกุศลอยู่เสมอและเป็นผู้นำในการพัฒนาแพลตฟอร์มแรกสำหรับการบริจาคงานศิลปะผ่านการใช้บล็อกเชน ภายใต้ชื่อ “NFT for Good” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับศิลปินทั่วโลกในการสร้าง ขาย ประมูล และบริจาคงานศิลปะบนบล็อกเชน NFT ให้กับ NGO ที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก

ขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในช่วงเวลานี้ Binance Charity จะสานต่อภารกิจอย่างโปร่งเพื่อนำแสงสว่างมาสู่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ลำบากเเละยากไร้

 

การวิจัยและพัฒนาบล็อกเชน

ในขณะที่เรายังคงสนับสนุนคริปโตให้ก้าวไปข้างหน้า เราก็ยังลงเวลาและทุ่มทรัพยากรจำนวนมากเพื่อการวิจัยบล็อกเชน ในปี 2020 เราได้ก่อตั้ง Binance China Blockchain Research Institute (BCBRI) ร่วมกับ Linggang Group โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนแอปพลิเคชันบล็อกเชนในโลกแห่งความเป็นจริงและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ จนถึงปัจจุบัน BCBRI ได้เปิดตัวโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนในหกเมืองเพื่อส่งเสริมการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้มากขึ้น รวมถึงการศึกษาด้าน Fintech ที่เกี่ยวกับบล็อกเชน AI และ Big Data รวมถึงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ ในปีนี้เพียงปีเดียว เราได้ร่วมมือและสร้างโครงการกับพันธมิตรมากกว่า 20 รายการ เช่น Amazon Cloud และ Stanford University และจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมที่จะเเจ้งให้ทราบทั่วกันอีกในปีหน้า

 

เกี่ยวกับความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นหัวข้อที่กว้างขวางมาก ผมคิดว่ามีบางประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในปี 2021: 

1. การให้ความรู้กับผู้ใช้ ผมเชื่อว่าจำเป็นต้องส่งเสริมการให้ความรู้กับผู้ใช้มากขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อช่วยให้ผู้คนหลีกเลี่ยง "Rug Pull '' และผู้ประสงค์ร้าย เราจะยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแสวงหารู้ด้วยตนเองเพื่อที่จะตัดสินใจลงทุนอย่างระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ เนื่องจากการค้นคว้าก่อนการลงทุนเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ในส่วนนี้ Binance มีสื่อการเรียนรู้ผ่านทาง Binance AcademyBinance Research และ CoinMarketCap เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

2. เครื่องมือรักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดียิ่งขึ้นไปอีกสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในการเก็บคีย์ส่วนตัวของตนเองให้ปลอดภัยด้วยการสำรองข้อมูลที่เข้ารหัสอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สุขอนามัยทางไซเบอร์ที่ดีอาจมีความซับซ้อนและอาจเป็นเรื่องที่น่าวิตกสำหรับมือใหม่ด้านคริปโทเคอร์เรนซี ดังนั้น เราจึงได้ลงทุนในการพัฒนากระเป๋าเงินหลายโครงการเพื่อช่วยเเก้ไขข้อกังวลในด้านนี้ การผสมผสานความปลอดภัยเข้ากับการใช้งานสะดวกจะเป็นปัจจัยที่สำคัญเนื่องจากมีผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมากขึ้น

3. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ตลาดแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์จะต้องเพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัยในเทคโนโลยี เช่น Threshold Signatures (TSS) เพื่อให้เงินของผู้ใช้มีความปลอดภัยมากขึ้น ทาง Binance นั้นได้นำเสนอไลบรารี TSS แบบโอเพนซอร์ซ ซึ่งมีนักพัฒนาชุมชนจำนวนมากที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาบริการนี้

4. นิสัยส่วนตัว ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ใช้ในการป้องกันมีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือมนุษย์นั่นเองเพราะพฤติกรรมมนุษย์เป็นองค์ประกอบอ่อนแอที่สุด ดังนั้น ผู้ที่ประสงค์ร้ายในโลกไซเบอร์จึงมักจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนด้านจิตวิทยาของมนุษย์ เช่น ความต้องการรับข้อมูลที่รวดเร็วและความโลภมาใช้ในการโจมตีผู้ใช้ ปัจจุบัน อาชญากรเหล่านี้ใช้วิธีการที่ซับซ้อนเเละมีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้นในการหลอกล่อให้ผู้ใช้ไว้วางใจ ซึ่งรวมถึง Spear-Phishing และการโจมตีโดยอาศัยช่องโหว่จากพฤติกรรมของผู้ใช้ (Social Engineering) เทคนิคเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงบางกลไกการป้องกันเบื้องต้นที่เราใช้ในระบบนิเวศของคริปโต เช่น 2FA อย่างไรก็ตาม ที่ Binance เรายังคงมุ่งมั่นและจะไม่นิ่งนอนใจในเรื่องความปลอดภัยขององค์กรและความปลอดภัยของแพลตฟอร์มการซื้อขายเพื่อปกป้องผู้ใช้ของเรา

 

ชุมชน Binance Angels

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของความสำเร็จของ Binance ในปีนี้คือการสนับสนุนและความมุ่งมั่นอย่างไม่น่าเชื่อจากชุมชน Binance Angels ของเรา ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ใช้ที่อุทิศตนและเชื่อในบล็อกเชน คริปโต และ Binance

Binance Angels เป็นกลุ่มคนที่ทุ่มเทเเรงกายเเรงใจในการสร้างชุมชนและยึดถือค่านิยมที่สอดคล้องกันกับ Binance นั่นคือ การแผ่ขยายอิสรภาพทางการเงินไปทั่วโลก 

พวกเขามีความกระตือรือร้นเช่นเดียวกับเราในการมุ่งหน้าขยายการใช้คริปโตและบล็อกเชนในชุมชนท้องถิ่น เเละเป็นส่วนช่วยสำคัญที่ทำให้เราบรรลุภารกิจดังกล่าวอีกด้วย

Binance Angels ช่วยให้เราเพิ่มมูลค่าให้กับระบบนิเวศของ Binance ได้มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ชีวิตและสายงานอาชีพของพวกเขาในการสนับสนุนและให้ความรู้แก่ผู้ใช้ของเรา เสนอเเนะการปรับปรุงแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน และเป็นกระบอกเสียงสำหรับชุมชนของเรา ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้เราสร้างผลิตภัณฑ์และฟังก์ชันที่ผู้ใช้ของเราต้องการ 

เรามีความภาคภูมิใจในชุมชน Binance Angels ของเราและการสนับสนุนจากพวกเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของ Binance

ปัจจุบันเรามี Binance Angels 239 รายที่ช่วยเราสนับสนุนผู้ใช้จากกว่า 40 ภูมิภาค ซึ่งเป็นชุมชนที่กำลังเติบโตไปอีก! หากคุณต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Binance Angels ของเรา โปรดสมัครผ่านช่องทาง Binance Angel Applicationhttps://forms.gle/YT1qCCe5KQujSTheA

 

มองไปข้างหน้าถึงปี 2021

ในปี 2021 เราจะยังคงก้มหน้าทำงานและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบ นอกจากนี้ เราจะพัฒนาและปรับปรุงบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและปกป้องผู้ใช้และอุตสาหกรรมของเราต่อไป ผมตื่นเต้นมากกับนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เราได้วางแผนไว้สำหรับปี 2021 

ปณิธานปีใหม่ส่วนตัวของผมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคือการสร้างกล้ามหน้าท้อง six-pack แต่ทว่า ผมก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเสียที หลักๆ เเล้ว ผมเพียงเเต่หวังให้ปี 2021 วุ่นวายน้อยกว่าปี 2020 และผู้คนทั่วโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขในปีใหม่นี้

- CZ ซีอีโอ Binance

แหล่งที่มา/ต้นฉบับ :

แสดงความคิดเห็น

กดแชร์ตรงนี้